ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทความ

กำลังแสดงโพสต์ที่มีป้ายกำกับ วิจัยเชิงคุณภาพ

public policy หรือ ทฤษฎีนโยบายสาธารณะ (Thomas R. Dye, โธมัส อาร์.ดาย)

บทความ โดย NakhonsawanResearch.blogspot.com ทฤษฎีนโยบายสาธารณะ หรือ P ublic policy มีความหมายโดยรวมที่กล่าวถึงแนวทางของกิจกรรม โครงการหรือกฏเกณฑ์ที่ใช้เป็นรูปแบบข้อบังคับเพื่อให้ผู้คนในสังคมปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกัน 1.ตัวแบบสถาบัน ( Institutional Model)       โธมัส อาร์.ดาย มองว่านโยบายเป็นผลผลิตของสถาบันหมายความว่านโยบายสาธารณะถูกกำหนดขึ้นจากสถาบันหลักของรัฐผู้วิเคราะห์ต้องทำความเข้าใจว่าในประเทศนั้นๆมีสถาบันใด บ้างเป็นสถาบันหลักสถาบันเหล่านี้มีหน้าที่อย่างไร ตัวอย่างเช่นในสหรัฐอเมริกาที่ปกครองในระบอบประชาธิปไตยระบบประธานาธิบดีสถาบันสำคัญมีสามฝ่ายคือฝ่ายนิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ การศึกษาจากตัวแบบนี้จะดูว่าสถาบันของทั้งสามฝ่ายมีบทบาทเกี่ยวข้องกับนโยบายสาธารณะอย่างไรมีการตรวจสอบถ่วงดุลกันอย่างไรการนำตัวแบบสถาบันไปวิเคราะห์นโยบายสาธารณะใดก็ตามต้องหาคำตอบให้ได้ว่านโยบายนั้นมีสถาบันใดเข้าไปมีบทบาทในการกำหนดนโยบายสถาบันใดรับผิดชอบนำนโยบายนั้นไปปฏิบัติสถาบันใดทำหน้าที่บังคับใช้นโยบายในสังคมเช่นสภาผู้แทนราษฎรออก พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถหน่วยงานที่รับผิดชอบในการนำนโ...

Michel Foucault: miʃɛl fuko, 1926-1984 (มิเชล ฟูโกต์; 15 ตุลาคม ค.ศ. 1926 – 25 มิถุนายน ค.ศ. 1984)

มิเชล ฟูโกต์ ( Michel Foucault )  ( 15 ตุลาคม ค.ศ. 1926 - 25 มิถุนายน ค.ศ. 1984) มิเชล ฟูโกต์ ( mi ʃɛ l fuko) คือ นักปรัชญา นักประวัติศาสตร์ ปัญญาชน นักวิพากษ์ และนักสังคมวิทยา ชาวฝรั่งเศส เขาเคยดำรงตำแหน่ง "ศาสตราจารย์ทางประวัติศาสตร์ของระบบความคิด" ( Professor of the History of Systems of Thought) ที่วิทยาลัยฝรั่งเศส ( Collège de France) คือ นักคิดที่มีแนวคิดที่อ้างถึงความสัมพันธ์ของอำนาจที่เกี่ยวข้องเเละความเชื่อมโยงของอำนาจในสังคม (โดยเขาได้กล่าวว่า อำนาจมีอยู่ทุกที่ ทุกอนูของสังคมเพียงแต่เราอยู่ในสังคมนั่นจึงทำให้เราไม่เห็นอำนาจนั้นๆ)เขาเชื่อว่าอำนาจมีอยู่ทุกหนทุกแห่งในสังคมประดุจหนึ่งว่าไม่มีทางแยกอำนาจออกมาจากสังคมได้เพราะว่าสังคมเป็นส่วนร่วมของการทำให้เกิดอำนาจเเละอำนาจนั้นอาศัยบทบาททางสังคมเป็นตัวขับเคลื่อนอำนาจนั่นเอง นั่นคือ "โครงข่ายแห่งอำนาจ" เเต่ มิเชล ฟูโกต์ ก็ไม่ได้ตั้งข้อสังเกตุว่า อำนาจมีอยู่ตรงจุดไหน อย่างไร ใครถือมันไว้ แต่ เขากลับมองว่า อะไรที่ทำให้อำนาจนั้นแสดงตนออกมาได้ หรือ อำนาจนั้นมันทำงานอย่างไร อะไรคือโครงข่ายขอ...

Utopia - Heterotopias (มิติพื้นที่แบบยูโทเปีย - เฮเทอโรโทเปีย)

Utopia คือนัยของความสมบูรณ์ในอุดมคติ ส่วน Heterotopias คือพื้นที่ในสังคมที่ถูกทับซ้อนด้วยมิติปัญหาต่างๆในสังคมที่มีความสัมพันธ์ทั้งพื้นที่ว่างเเละสถานที่ที่อาจถูกใช้ทำให้เกิดพื้นที่ที่ไม่ปกติ (Other Spaces) เกิดขึ้น Utopia หรือ ยูโทเปีย เป็นการเล่นคำ outopia จากภาษากรีกที่แปลว่า “ไม่มีสถานที่ใดๆ หรือ No place” กับคำว่า Eutopia ที่แปลว่า “สถานที่ที่ดี หรือ good place” จึงทำให้เกิดความหมายที่ผสมผสานเเละได้นัยของความหมายว่า “Utopia จะเป็นสังคมที่สมบูรณ์แบบแต่มันก็ไม่มีทางไปจุดนั้นถึงได้” นั่นเพราะ...ได้มีการนำเสนอผ่านงานศิลปะและวรรณกรรมในรูปแบบที่มีนัยยะที่มีความหมายถึงว่า “เราไม่ต้องการที่จะนำเสนอภาวะสมบูรณ์หรือพื้นที่ที่เป็นอุดมคติแบบยูโทเปียที่เป็นจริงเพียงในจินตนาการ....เพราะว่า...พื้นที่ของนักเขียนและศิลปินจะเน้นระดับของความเป็นจริงแท้สูงมาก...นั่นจึงทำให้มีพื้นที่ว่างสำหรับความขัดแย้งและตรงกันข้ามกับความจริงอาศัยอยู่ในพื้นที่ว่างนั้นด้วย....เเละทำให้พื้นที่ว่างตรงนั้นมักจะมีแนวโน้มที่เดินคู่ขนานไปกับเส้นทางของสังคมที่มีอยู่จริง จึงทำให้อีกมุมมองนั้นทั้งในส่วนของงานวรรณกรรมและทา...

Qualitative Research (การวิจัยเชิงคุณภาพ)

การวิจัยเชิงคุณภาพ หรือ Qualitative Research      เป็นการวิจัยที่ "ต้องการค้นหาความจริงจากเหตุการณ์ สภาพแวดล้อมตามความเป็นจริง" ซึ่งมีหัวใจหลักคือการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างเหตุการณ์กับสภาพแวดล้อมเพื่อให้เกิดความเข้าใจอย่างถ่องแท้ (Insight) จากภาพรวมที่มาจากหลากหลายมิติหรือมุมมอง           จึงทำให้การวิจัยเชิงคุณภาพเป็นการวิจัยเชิงธรรมชาติ (Naturalistic Research) ที่มีวัตถุประสงค์ ที่หมายความถึงการที่ปล่อยให้ทุกๆอย่างคงอยู่ตามสภาพตามธรรมชาติโดยปราศจากการกระทำใดๆที่จะส่งกระทบต่อผลลัพธ์ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเเละคลาดเคลื่อนได้ (Manipulate)       ทั้งนี้เนื่องจาก "การอธิบายปรากฏการณ์ต่างๆทางสังคม (Contextual) ที่ปรากฏการณ์ขึ้นในบางประการนั้นไม่สามารถที่จะทำการอธิบายด้วยเหตุผลแบบธรรมดาได้" นั่นจึงทำให้ การทำวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative research) นั้นผู้วิจัยต้องพยายามทำความเข้าใจใน ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรมและสภาพแวดล้อมต่างๆรอบตัวเเละนำมาอธิบายปรากฏการณ์ทางสังคมที่ต้องการ      ทำให้ ลักษณะข้อมู...

Semiology (สัญญะวิทยา )

  Semiology หรือ สัญญะวิทยา  * บทความเรื่อง Semiology หรือ สัญญะวิทยา นี้ถูกเขียนขึ้นเมื่อผมต้องการศึกษาเรื่องการสร้างรูปแบบการสื่อสารการตลาดให้กับเพื่อนคนหนึ่งที่กำลังจะเข้าไปดูแลกิจการครอบครัวเกี่ยวกับ "อิฐมอญ"  ** จากการอ่าน ทำความเข้าใจเเละสรุป ทำให้เกิดกระบวนการทางความคิด ดังนี้   "Semiology" หรือ "สัญญะวิทยา" เป็นศาสตร์ที่มุ่งศึกษาการทำงานของสัญญะ (Sign) เพื่อสำรวจกระบวนการที่ได้มาซึ่งความหมาย (Signification) เเละความหมายนั้นก็คือ ความหมายของการใช้อิฐมอญในการก่อสร้างอาคาร สถานที่ หรือสิ่งต่างๆตามความต้องการของลูกค้าที่เราต้องการจะสื่อสารให้เกิดมิติทางการตลาดของอิฐมอญของเราออกไปให้ตรงต่อความต้องการของลูกค้า นั่นเอง     ในเบื้องต้นนั้นผมพบว่า  "Semiology" หรือ "สัญญะวิทยา" ที่จะนำมาใช้กับประเด็นของอิฐมอญนั้น มีองค์ประกอบที่สำคัญ คือ       1) รูปสัญญะ (Signifier) ที่มีความสำคัญต่ออิฐมอญในมิติด้านวัสดุก่อสร้างที่มีสีน้ำตาลแดง     2) ความหมายสัญญะ (Signified) ที่มีความสำคัญต่ออิฐมอญในมิติด้านความแข็งแกร่งมากกว่าอิฐ...

Non participative หรือ Non-Par (การวิจัยแบบไม่มีส่วนร่วม)

การวิจัย/สังเกตการณ์แบบไม่มีส่วนร่วม หรือ  Non Par (ticipative)      " การวิจัยแบบไม่มีส่วนร่วม   หรือ การสังเกตการณ์แบบไม่มีส่วนร่วม   เป็น กระบวน การที่ใช้เทคนิคในการสังเกตการณ์จากภายนอก"  หรือ ......ที่ภาษาทางการวิจัยหมายถึงการที่ตัวผู้วิจัยนั้นไม่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมกับแหล่งข้อมูลนั้นๆอาทิเช่น กิจกรรมทางสังคม ประเพณี การประชุม ฯลฯ  ทั้งนี้.....  อาจเป็นความต้องการทำให้ข้อมูลนั้นปราศจาก..... 1) การปรุงแต่งจากปัจจัยภายนอก  2) เพื่อไม่ให้กลุ่มข้อมูลนั้นรู้ตัว 3) ให้ได้ข้อมูลในลักษณะที่มีความเป็นธรรมชาติมากที่สุด 4) ไร้การเจือปนของการรู้สึก  5) ไร้การปรุงแต่งข้อมูล จึงทำให้ตัวผู้วิจัยนั้นต้องปฏิบัติดั่งเช่นบุคคลภายนอกให้มากที่สุด เเละนั่นทำให้.. ." การวิจัยแบบไม่มีส่วนร่วมหรือสังเกตการณ์แบบไม่มีส่วนร่วม ( Non Participative Observation) มีเทคนิคในการเก็บข้อมูลที่ตรงกันข้ามกับเทคนิค การสังเกตการณ์หรือการวิจัยแบบมีส่วนร่วม (PAR)" เเละความตรงกันข้ามของ Non-Par เเละ Par ที่แตกต่างจึงได้มาซึ่งการสรุป ดังนี้ ข้อมูล ที่แตกต่างไปด้วย...

การวิจารณ์ เเละ โครงสร้าง

การวิจารณ์เเละโครงสร้าง       หลักในการวิเคราะห์หรือวิจารณ์ที่เกี่ยวข้องกับเชิงสัญญะวิทยา (Semiology) มีกลวิธีปฏิบัติแตกต่างไปจากงานวิจัยทั่วไปที่ต้องมีขั้นตอนในกระบวนการสร้างแนวคิดจากระดับมหภาคไปสู่ระดับจุลภาค      ทั้งนีั้......เพื่อสร้างกรอบแนวความคิดในการวิเคราะห์/วิจารณ์ที่มีพื้นฐานมาจากส่วนประกอบต่างๆของเป้าหมายการวิเคราะห์ ดังนี้      การวิจารณ์ / การวิเคราะห์เนื้อหา      พรศักดิ์ ผ่องแผ้ว (2545) กล่าวว่า การวิเคราะห์เนื้อหาเป็นการวิเคราะห์ข้อมูลที่เน้นที่ตัวเนื้อหา หรือ “สาร” เป็นหลัก เนื่องจากในตัวสารจะมีข้อความสำคัญที่สื่อมวลชนต้องการจะสื่อไปยังผู้รับสาร ได้แยกส่วนประกอบในการวิเคราะห์เนื้อหาออกเป็น 5 ประเภท ได้แก่      1) คำคำแต่ละคำ หรือศัพท์แต่ละศัพท์ถือเป็นหน่วยที่เล็กที่สุดในเนื้อหา การนับแล้วบันทึกจำนวนคำปรากฏบ่อยๆในเนื้อหาจะทำให้ทราบถึงวัตถุประสงค์ของสื่อมวลชนในการส่งสารนั้นไปยังผู้ชมได้      2) อรรถบท หรือแก่นความคิดหลัก หมายถึงประเด็นของเรื่องหรือจุดมุ่งหมายของสารนั้นๆ อาจจ...